หลังจากที่เอาชนะได้ทั้ง 5 ครั้งแรกที่เฝ้ารังพบ บอร์นมัธ ในพรีเมียร์ลีก (เก็บคลีนชีตได้ตลอด 4 หนแรก) ไก่เดือยทอง ก็เอาชนะได้แค่เกมเดียวจาก 3 หนหลังสุดที่พบ เดอะ เชอร์รี่ส์ (เสมอ 1 แพ้ 1) โดยเสียถึง 6 ประตู
โธมัส แฟร้งค์ กุนซือชาวเดนมาร์ก จะไม่มี เดยัน คูลูเซฟสกี้, ราดู ดรากูชิน, เจมส์ แมดดิสัน, โคตะ ทากาอิ และ ไบรอัน คิล ที่บาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ เดสตินี่ อูโดกี และ มานอร์ โซโลมอน ยังไม่ชัวร์
สำหรับ อีฟส์ บิสซูม่า ที่ยังไม่ได้ลงเล่นในฤดูกาลนี้เลยเนื่องจากบาดเจ็บและปัญหาด้านวินัย ทำท่าจะดีลล่มในการย้ายไป กาลาตาซาราย เนื่องจากปัญหาด้านร่างกาย
เดอะ เชอร์รี่ส์ เก็บแต้มจาก 6 นัดที่พบ สเปอร์ส ตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมายังพรีเมียร์ลีกในปี 2022 (แข่ง 7 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3) ได้มากกว่าพวกเขาทำได้จาก 10 เกมแรกที่พบกันก่อนหน้าระหว่างช่วงปี 2015 ถึง 2020 (แข่ง 5 ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 7)
อันโดนี่ อีราโอล่า กุนซือชาวสเปน จะไม่มี ฮูเลียน อาเราโฮ ที่ติดโทษแบน ส่วน เอเนส อูนาล และ ลูอิส คุ๊ก ยังต้องพักจนถึงหลังเบรกทีมชาติ
สำหรับ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, อ็องตวน เซเมนโย่, เดวิด บรู๊คส์ และ เอวานิลซอน น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังอยู่บนม้านั่งสำรองในเกมบอลถ้วยกลางสัปดาห์
(4-3-3) : กูเยลโม่ วิคาริโอ – เปโดร ปอร์โร, คริสเตียน โรเมโร่, มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน, เจด สเปนซ์ – ป๊าป ซาร์, ชูเอา ปาลินญ่า, โรดรีโก้ เบนตานกูร์ – โมฮัมเหม็ด คูดุส, ริชาร์ลิซอน, เบรนแนน จอห์นสัน
(4-2-3-1) : จอร์เจ เปโตรวิช – อดัม สมิธ, โบฟาเด้ ดิยากิเต้, มาร์กอส เซเนซี่, อาเดรียง ตรุฟแฟร์ – ไทเลอร์ อดัมส์, อเล็กซ์ สกอตต์ – อ็องตวน เซเมนโย่, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์, เดวิด บรู๊คส์ – เอวานิลซอน
: ไซม่อน ฮูเปอร์
สเปอร์สกำลังมั่นใจหลังเก็บชัยในเกมใหญ่ แต่การเปิดบ้านรับบอร์นมัธอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ทีมเยือนมาแบบไม่มีอะไรจะเสีย แถมวางแท็กติกเน้นรัดกุมและรอสวนกลับเป็นทีเด็ด หากเจ้าถิ่นพลาดจังหวะ บอร์นมัธมีโอกาสยื้อผลเสมอ หรืออาจทำเซอร์ไพรส์คว้าแต้มกลับออกไปได้